เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมควรรู้อะไรบ้าง? คู่มือวางแผนก่อนผลิตให้คุ้ม

เจ้าของแบรนด์ควรรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจผลิตอาหารเสริม

คู่มือวางแผนธุรกิจอาหารเสริมแบบมืออาชีพ อัปเดตล่าสุด

ธุรกิจอาหารเสริมเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่ “พลาดง่าย” หากเจ้าของแบรนด์ไม่มีความรู้รอบด้านก่อนตัดสินใจผลิตจริง
หลายแบรนด์ล้มไม่ใช่เพราะสินค้าไม่ดี แต่เพราะวางแผนผิดตั้งแต่ต้น ทั้งเรื่องสูตร กฎหมาย ต้นทุน โรงงาน และการตลาด

บทความนี้จะพาคุณไล่เรียง ทุกประเด็นสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ก่อนผลิตอาหารเสริม ตั้งแต่แนวคิดสินค้า การเลือกโรงงาน มาตรฐานกฎหมาย ไปจนถึงต้นทุนจริงที่มักถูกมองข้าม เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง และสร้างแบรนด์ที่เติบโตได้จริงในระยะยาว


1. ต้องเริ่มจาก “ปัญหาของลูกค้า” ไม่ใช่แค่ไอเดียที่คิดว่าน่าขาย

เจ้าของแบรนด์มือใหม่จำนวนมากเริ่มจากคำถามว่า
“อยากทำอาหารเสริมอะไรดี?”
แต่คำถามที่ถูกต้องควรเป็น
“ลูกค้ามีปัญหาอะไร และยังไม่มีสินค้าที่ตอบโจทย์จริงหรือไม่”

ตัวอย่างเช่น

  • ลูกค้าต้องการลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากท้องเสีย
  • ลูกค้าทานโปรตีนแล้วแน่นท้อง
  • ลูกค้าดูแลผิว แต่แพ้วิตามินบางชนิด

การเข้าใจ Pain Point เหล่านี้ จะนำไปสู่การเลือกสูตร สารสกัด และรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสขายได้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามกระแส


2. เลือกประเภทอาหารเสริมให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ก่อนผลิต ต้องชัดเจนว่าอาหารเสริมของคุณอยู่ในกลุ่มใด เช่น

  • กลุ่มควบคุมน้ำหนัก
  • กลุ่มโปรตีน / ออกกำลังกาย
  • กลุ่มบำรุงผิว
  • กลุ่มบำรุงสมอง สายตา
  • กลุ่มดูแลสุขภาพเฉพาะวัย (ผู้สูงอายุ / วัยทำงาน)

แต่ละกลุ่มมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย สูตร และการสื่อสารการตลาดต่างกัน การเลือกผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้โฆษณาไม่ได้ หรือขอ อย. ไม่ผ่าน


3. เข้าใจเรื่องกฎหมายและ อย. ให้ชัดก่อนเริ่ม

อาหารเสริมในประเทศไทยถูกควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
เจ้าของแบรนด์ต้องเข้าใจว่า

  • อาหารเสริม ไม่ใช่ยา ห้ามอ้างสรรพคุณรักษาโรค
  • ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในกรอบที่ อย. อนุญาต
  • สูตรต้องใช้วัตถุดิบที่ได้รับอนุญาต
  • ฉลากต้องถูกต้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

การไม่เข้าใจจุดนี้ อาจทำให้สินค้าโดนระงับ โดนเรียกคืน หรือเสียค่าแก้ไขจำนวนมากในภายหลัง


4. สูตรอาหารเสริมไม่ใช่แค่ “ใส่เยอะแล้วดี”

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ
“ใส่สารสกัดเยอะ = ดี = ขายได้”

ความจริงคือ

  • สารสกัดต้องอยู่ในปริมาณที่ ร่างกายดูดซึมได้จริง
  • ต้องไม่เกินเกณฑ์ความปลอดภัย
  • ต้องสอดคล้องกับการเคลมสรรพคุณ

สูตรที่ดีคือสูตรที่สมดุล มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ และผ่านเกณฑ์ อย. ได้จริง ไม่ใช่สูตรที่ดูแรงแต่ใช้ไม่ได้ในเชิงกฎหมาย


5. เลือกโรงงานผลิตอาหารเสริม ต้องดูมากกว่าแค่ราคา

โรงงานที่ดีควรมี

  • มาตรฐาน GMP / HACCP / ISO
  • ทีม R&D ให้คำแนะนำสูตร
  • บริการขึ้นทะเบียน อย.
  • ระบบควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ
  • ความโปร่งใสด้านเอกสารและกระบวนการผลิต

โรงงานราคาถูกแต่ไม่มีระบบ อาจทำให้คุณเสียมากกว่าที่คิดในระยะยาว ทั้งเรื่องคุณภาพ ภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์


6. MOQ และต้นทุนจริงที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้

นอกจากราคาผลิตต่อกระปุก ยังมีต้นทุนแฝงที่หลายคนมองข้าม เช่น

  • ค่าขึ้นทะเบียน อย.
  • ค่าออกแบบฉลาก
  • ค่าทดสอบคุณภาพ
  • ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าขนส่ง
  • ค่าเก็บสต๊อก

การคำนวณต้นทุนผิด ทำให้ตั้งราคาขายไม่ได้ หรือกำไรหายโดยไม่รู้ตัว


7. รูปแบบผลิตภัณฑ์มีผลต่อยอดขายและต้นทุน

อาหารเสริมมีหลายรูปแบบ เช่น

  • แคปซูล
  • ผงชงดื่ม
  • เม็ดเคี้ยว
  • ซองสติ๊ก
  • เครื่องดื่มพร้อมดื่ม

แต่ละแบบมีต้นทุน ความยากในการผลิต และความสะดวกต่อผู้บริโภคต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายจะช่วยเพิ่มโอกาสขายได้มากขึ้น


8. บรรจุภัณฑ์และฉลาก คือ “หน้าตาของแบรนด์”

บรรจุภัณฑ์ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้อง

  • ปกป้องคุณภาพสินค้า
  • อ่านง่าย ถูกต้องตามกฎหมาย
  • สื่อสารจุดขายชัดเจน
  • สร้างความน่าเชื่อถือ

ฉลากที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้สินค้าไม่สามารถวางขายได้


9. อย่าผลิตก่อนคิดการตลาด

หลายแบรนด์ผลิตเสร็จแล้วค่อยคิดว่าจะขายยังไง ซึ่งเสี่ยงมาก
คุณควรวางแผนตั้งแต่ต้นว่า

  • จะขายออนไลน์ / ออฟไลน์
  • ใช้ Influencer หรือไม่
  • สื่อสารกับลูกค้ากลุ่มไหน
  • ใช้จุดขายอะไร

อาหารเสริมที่ดี แต่สื่อสารไม่เป็น อาจขายไม่ได้เลย


10. วางแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ล็อตแรก

แบรนด์ที่อยู่รอดคือแบรนด์ที่คิดเผื่อ

  • การต่อยอดสูตร
  • การขยายไลน์สินค้า
  • การปรับสูตรตามกฎหมายใหม่
  • การสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว

การผลิตอาหารเสริมไม่ใช่การขายครั้งเดียว แต่คือการสร้างแบรนด์


แหล่งอ้างอิงข้อมูล (อัปเดตล่าสุด)

  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องอาหารเสริม
  • Codex Alimentarius Commission (FAO/WHO)
  • ข้อมูลมาตรฐาน GMP / HACCP สำหรับอาหารเสริม

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: อาหารเสริมกับยาต่างกันอย่างไร?
A: อาหารเสริมใช้เพื่อเสริมโภชนาการ ไม่สามารถอ้างสรรพคุณรักษาโรคได้ ต่างจากยาที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์

Q: ไม่มีสูตรเอง สามารถผลิตอาหารเสริมได้ไหม?
A: ได้ โรงงานส่วนใหญ่มีสูตรพื้นฐานและทีม R&D ช่วยพัฒนาให้เหมาะกับแบรนด์

Q: ใช้เวลาผลิตอาหารเสริมนานแค่ไหน?
A: โดยเฉลี่ย 30–90 วัน ขึ้นอยู่กับสูตร เอกสาร และบรรจุภัณฑ์

Q: ต้องมี อย. ก่อนขายหรือไม่?
A: ต้องมี อย. ก่อนวางจำหน่ายทุกกรณี

Q: MOQ ขั้นต่ำของโรงงานคือเท่าไร?
A: แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่อยู่ที่ 1,000–5,000 ชิ้นต่อสูตร

Q: สูตรแรง ๆ ขอ อย. ยากไหม?
A: ยาก หากใช้สารสกัดเกินเกณฑ์หรือมีการเคลมเกินจริง

Q: โรงงาน OEM กับ ODM ต่างกันอย่างไร?
A: OEM ผลิตตามสูตรที่ตกลงกัน ส่วน ODM โรงงานช่วยออกแบบสูตรและสินค้าให้ครบ

Q: อาหารเสริมต้องทดสอบอะไรบ้าง?
A: ต้องผ่านการตรวจคุณภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมการผลิตตามมาตรฐาน

Q: สามารถเปลี่ยนสูตรหลังได้ อย. แล้วได้ไหม?
A: ไม่ได้ ต้องขอขึ้นทะเบียนใหม่

Q: มือใหม่ควรเริ่มอาหารเสริมประเภทไหนก่อน?
A: ควรเริ่มจากสูตรที่กฎหมายชัด กลุ่มลูกค้ากว้าง และต้นทุนควบคุมได้ง่าย


วางแผนสร้างแบรนด์อาหารเสริมให้คุ้ม — เลือกสูตรและโรงงานที่ใช่ตั้งแต่วันแรก

หากคุณกำลังมองหาโอกาสเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจอาหารเสริม การวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นคือหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสารสกัด การออกแบบสูตร ไปจนถึงการเลือก โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่ได้มาตรฐานและเข้าใจกฎหมายอย่างแท้จริง

iBio คือผู้เชี่ยวชาญด้าน ผลิตอาหารเสริม แบบครบวงจร พร้อมดูแลตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การพัฒนาสูตร การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิตจริง เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีประสบการณ์ และเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืน

  • กลุ่มสุขภาพ & Anti-Aging — พัฒนาสูตรอาหารเสริมที่เน้นการดูแลสุขภาพในระยะยาว เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารสกัดจากธรรมชาติ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและการชะลอวัย
  • กลุ่มผิวพรรณ & ความงาม — สูตรอาหารเสริมบำรุงผิว เสริมความกระจ่างใส และดูแลจากภายใน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตต่อเนื่องและมีโอกาสสร้างแบรนด์ในระยะยาว

ต้องการคำแนะนำแบบมืออาชีพก่อนตัดสินใจ? ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก iBio ช่วยดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบสูตร เลือกสารสกัดที่เหมาะสม จัดการเอกสาร อย. ไปจนถึงการวางแผนต้นทุนและการ รับผลิตอาหารเสริม (OEM) กับ โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้แบรนด์ของคุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและแข่งขันได้จริงในตลาด

บทความที่เกี่ยวข้อง